1. เล่นมือถือ อ่านหนังสือจากเครื่อง e-book reader หรือดูทีวีก่อนนอน
ไม่ว่าจะแชทไลน์บอกฝันดี ดูคลิปแต่งหน้า เลื่อนฟีดเฟซบุ๊ค หรืออ่านหนังสือเล่มโปรดผ่านเครื่องอ่านอิเล็กทรอนิกส์ แท็บเล็ต หรือ e-book reader พฤติกรรมเหล่านี้รบกวนการพักผ่อนของร่างกายโดยที่คุณไม่รู้ตัว แสงสีฟ้าจากหน้าจออิเล็คทรอนิกส์เหล่านี้มีส่วนทำให้สารเมลานินที่ช่วยให้คุณหลับสบายผลิตและทำงานได้น้อยลง ยิ่งหากคุณเป็นคนที่นอนหลับยากอยู่แล้วด้วย สมาธิ และการใช้สายตาของคุณจะทำให้ประสาทตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา จนทำให้สมองตื่นตัวและไม่ยอมพักผ่อนนั่นเอง

2. ส่งข้อความคุยกับเพื่อน
เราเชื่อว่าทุกคนที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ต้องเคยแชทกับเพื่อนแล้วปิดไฟเข้านอน แต่เพื่อนตัวดีก็ยังส่งสติ๊กเกอร์หลับฝันดี จุ๊บุๆ หรือกู๊ดไนท์คิสกันอยู่ เผลอๆ ส่งสติ๊กเกอร์มาอีกหลายตัว จนโทรศัพท์ส่งเสียง ตุ้งๆๆ อยู่หลายทีกว่าจะเงียบ ไหนจะแสงจากหน้าจอที่สว่างวาบเสียจนแสบตา อย่างนี้จะให้หลับลงได้อย่างไรกัน จริงไหม

3. ทานอาหาร
ไม่ว่าจะเป็นมื้อใหญ่ มื้อเล็ก หรือแม้แต่เครื่องดื่มอย่าง ชา กาแฟ มีส่วนทำให้กระเพาะอาหารต้องทำงานนอกเวลา มาย่อยอาหารที่คุณทานลงไป ร่างกายก็เลยไม่ได้พักผ่อนไปทุกส่วนอย่างที่มันควรจะเป็น เพราะฉะนั้นก่อนเข้านอน 4-6 ชั่วโมง ควรงดทานอาหารได้แล้ว ดื่มน้ำเปล่ารองท้อง แล้วไปกินอีกทีก็มื้อเช้าของวันถัดไปเอาแล้วกัน
4. ไม่นอนในเวลาที่ควรนอน
เคยไหมคะที่คืนนี้ต้องนอนดึก หรือโต้รุ่ง เพื่อทำงานที่รีบมากเสียจนเราต้องเสียสละเวลานอนให้กับงาน การนอนในเวลาที่ไม่ปกติแบบนี้บ่อยๆ จะทำให้ระบบการทำงานของร่างกายผันผวน แปรปรวนจนร่างกายอาจปรับสภาพไม่ทัน ถึงเวลาที่ควรล้มตัวลงนอนก็เลยนอนไม่หลับอย่างเคย เพราะฉะนั้นหากไม่จำเป็นจริงๆ เปลี่ยนจากทำงานโต้รุ่ง เป็นตื่นให้เช้ากว่าเดิมแล้วทำงานต่อในช่วงเช้าจะดีกว่า
5. เช็คอีเมล
ยิ่งถ้าหากเป็นเรื่องงาน นอกจากแสงสีฟ้าจากหน้าจอที่จะทำลายสุขภาพตา และทำลายสารเมลานินที่ช่วยในการนอนหลับของคุณแล้ว สุขภาพสมองของคุณก็จะยังคงทำงานอย่างหนักจากการอ่าน ประมวลผล คิดหาคำตอบ เพื่อพิมพ์อีเมลตอบกลับไปอีก แถมนอกจากคุณจะทำร้ายสุขภาพของตัวเองแล้ว ยังทำร้ายสุขภาพของคนอื่นด้วยการส่งอีเมลไปในตอนกลางคืน ช่วงเวลาที่คนอื่นควรจะได้พักผ่อนอีกต่างหาก มีอะไรก็เอาไว้คุยกันในตอนเช้าดีกว่าค่ะ

6. ดื่มน้ำก่อนนอนมากๆ
การดื่มน้ำไม่เคยให้โทษต่อร่างกายก็จริง แต่อะไรที่มากเกินไปมักส่งผลเสียด้วยกันทั้งนั้น หากคุณดื่มน้ำก่อนนอนมากเกินไป คุณก็จะต้องลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำในตอนกลางคืน ซึ่งเป็นกลางดึก เป็นช่วงเวลาที่คุณควรจะได้นอนหลับพักยาวๆ ยิ่งใครที่นอนหลับยาก การที่จะกลับไปนอนหลับสนิทได้อีก อาจเป็นเรื่องยากขึ้นมาทันที

7. ออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง
การออกกำลังกาย โดยเฉพาะการเล่นคาร์ดิโอ ทำให้การเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น เร็วขึ้น เลือดสูบฉีดไปทั่วร่างกาย ร่างกายทำงานอย่างเป็นสัดเป็นส่วน แต่นั่นก็หมายถึงคุณจะต้องทิ้งระยะอีกนานกว่าที่ร่างกายจะสงบ ทำงานเป็นปกติ เพื่อปรับเข้าสู่โหมดพักผ่อน ดังนั้นออกกำลังกายได้ แต่อย่าออกกำลังกายตอนช่วงใกล้นอนนะคะ ถ้างดสิ่งเหล่านี้ได้ รับรองว่าการนอนหลับพักผ่อนของคุณจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หรือหากคุณยังมีปัญหากับการนอนหลับอีก แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกวิธี ก่อนที่ร่างกายจะพักผ่อนไม่เพียงพอจนล้มป่วยไปอีกนะคะ

Share Button